click to enable zoom
searching...
We didn't find any results
open map
View Roadmap Satellite Hybrid Terrain My Location Fullscreen Prev Next
Your search results

Gaysorn Tower

Posted by expert on January 12, 2017
| 0

ปัจจัยแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ

“Workplace Strategy” เทรนด์อาคารและสำนักงานแห่งอนาคต

การยกระดับประสบการณ์การทำงานรูปแบบใหม่

 

ปัจจุบันทรัพยากรบุคคลนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ส่งผลให้หลายองค์กรให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภายในองค์กรให้สูงขึ้น รวมถึงแสวงหา  วิธีการใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้หลายๆ องค์กรประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นั่นคือการบริหารทรัพยากรบุคคลควบคู่กับการจัดรูปแบบสถานที่ทำงาน (Workplace) ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงาน อ้างอิงจากผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนวัยทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดย Manpower Group พบว่า “กว่า 48% ตระหนักว่าการจัดรูปแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงานให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงาน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ มีผลต่อศักยภาพในการทำงานและคุณภาพของผลงานที่เพิ่มสูงขึ้น”

 Walkability

บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ เกษร ทาวเวอร์ อาคารและสำนักงานที่ทันสมัยที่สุด  แห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพการทำงานผ่านการจัดรูปแบบสถานที่ทำงาน จึงได้ร่วมกันพัฒนาแนวคิดในการจัดสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Workplace Strategy” โดยร่วมมือกับ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เชิญวิทยากร มิสเตอร์ กัวราฟ ชารายา ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาและบริการธุรกรรม(Director – Advisory & Transaction Services) บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศสิงคโปร์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสถานที่ทำงานแบบ   “Workplace Strategy ร่วมให้อัพเดทเทรนด์และข้อมูลภายใต้แนวคิดการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานแบบ “Workplace Strategy

 

มิสเตอร์ กัวราฟ ชารายา กล่าวว่า “Workplace Strategy” นับถือเป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ในการช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) และลดค่าใช้จ่าย (Save cost) ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกที่คำนึงถึงความต้องการของพนักงานเป็นสำคัญ อาทิ การจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะสมกับการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Collaboration) การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ (Inspiration) ที่สำคัญต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการใช้ชีวิตของพนักงาน กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล


Workplace Categories

 

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย

การจัดสถานที่ทำงานที่เหมาะสมกับรูปแบบของการทำงานนั้น   นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่าย   ขององค์กรได้อีกด้วย โดยแนวคิดการจัดสรรพื้นที่การทำงานแบบ “Workplace Strategy” สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

 

 

 

 

 

 

Traditional Solution นับเป็นการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งมีการกำหนดที่นั่งของแต่ละบุคคล   อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่ต้องการสมาธิ และความเป็นส่วนตัวสูง อาทิ งานระดับบริหาร และงานธุรการ  ซึ่งการจัดสถานที่ทำงานประเภทนี้ ใช้พื้นที่ในการทำงานค่อนข้างมาก จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด

 

 

 

 

Hot Desk หรือการสับเปลี่ยนที่นั่งกันไปเรื่อยๆ ไม่มีการกำหนดที่นั่งประจำอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับการทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ (creativity) โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์การทำงานที่มากนัก อาจมีเพียงแค่ Laptop และ Smart Phone เท่านั้น ซึ่งการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานประเภทนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ในการทำงาน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายกว่าแบบ Traditional Solution ได้ถึง 20%

 

 

 

 

 

Collaborative Workspace คือการจัดสรรพื้นที่ และสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะสมกับการทำงานเป็นทีมแบบมีส่วนร่วม (Collaboration) ถือเป็นการจัดรูปแบบพื้นที่การทำงานในบรรยากาศที่สบายๆ  ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าแบบ Traditional Solution ได้มากกว่า 10%

Activity Based Workplace

 

– Activity-Based Workplace คือการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับกิจกรรมในการทำงานประเภทต่างๆ โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับกิจกรรมเหล่านั้นโดยเฉพาะ อาทิโต๊ะสำหรับนั่งทำงาน  Phone Boot สำหรับการโทรศัพท์หรือพื้นที่เปิดสำหรับการทำงานแบบ Collaboration รวมถึงห้องประชุมหลากหลายขนาดตามความเหมาะสมในการใช้งาน ซึ่งการจัดพื้นที่ในรูปแบบนี้ เป็นวิธีที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการจัดสรรพื้นที่แบบ Traditional Solution ถึง 30%

 

 

 

  • เพิ่มความสุขในการทำงานด้วยการเน้นคนเป็นศูนย์กลาง

“Workplace Strategy” ถือเป็นการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานซึ่งมุ่งเน้นความสุขของผู้ทำงานเป็นสำคัญด้วยการอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการในการทำงานของพนักงานให้ได้มากที่สุด ผ่าน 3 แนวคิดสำคัญได้แก่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

– Ergonomic Design การออกแบบพื้นที่ทำงานตามหลักการยศาสตร์ ด้วยการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่มีความยืดหยุ่นต่อประเภทของการทำงานที่หลากหลาย (Flexible Working) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) ให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงช่วยลดความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้อีกด้วย

 

 

 

 

– Provide a wide range of amenities การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ ในการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน มุมกาแฟ ฟิตเนส เป็นต้น

Focus on wellness

– Focus on wellness ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งในเรื่องของบรรยากาศในการทำงานที่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้ทำงานไม่ว่าจะเป็นการรับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง อุณหภูมิที่เหมาะสม ระดับความดังของเสียง หรือคุณภาพของน้ำ และอากาศในสถานที่ทำงาน เป็นต้น

 

 

  • เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมรอบและคอมมิวนิตี้รอบข้างแบบไร้รอยต่อ

นอกจากในเรื่องของปัจจัยภายในสถานที่ทำงานแล้วการเชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อม และคอมมิวนิตี้รอบข้างยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น

– Accessibility ทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก ด้วยรถยนต์ส่วนตัว และระบบแมสทรานซิสทั้งรถยนต์โดยสาร รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน สะดวกทั้งการติดต่อธุรกิจ และใช้ชีวิตส่วนตัว

 

 

 

– Walkability สามารถเดินเชื่อมต่อถึงแหล่งธุรกิจ และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการในการใช้ชีวิต ได้อย่างต่อเนื่อง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

 

 

 

 

 

– Community ให้ความสำคัญในเรื่องการเชื่อมต่อกับชุมชนที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ศูนย์การค้า ศูนย์บริการด้านความงาม และสุขภาพ

 
Community

  • เกษร ทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) ต้นแบบอาคารและสำนักงาน “Workplace Strategy”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงการเกษร ทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) อาคารและสำนักงานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่โดดเด่นและแตกต่างด้วยการออกแบบประสบการณ์การทำงานที่เหนือกว่าภายใต้แนวคิด   “Workplace Strategy” ผ่านการนำเสนอคอนเซ็ปต์ “Work-Live-Play-Grow” ที่ตอบโจทย์ ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในอาคาร  ที่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงบรรยากาศที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ  ที่ครอบคลุม  ทุกความต้องการในการใช้ชีวิต ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ของ 4 ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่

 

– เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) ออกแบบให้มีสวนลอยฟ้าและพื้นที่ เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างการทำธุรกิจที่มีการร่วมมือกันและนำไปสู่การทำงานที่สามารถ  เกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

– เกษร เออร์เบิน รีทรีต (Gaysorn Urban Retreat) คัดสรรศูนย์บริการด้านความงามและสุขภาพไว้กลางใจเมือง ที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ที่ทำงานมีประสิทธิภาพอย่างครบถ้วน

– เกษร เออร์เบิน ครีเอทิวิตี้ (Gaysorn Urban Creativity) ตอบโจทย์เทรนด์ออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการดีไซน์สภาพแวดล้อมที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์

– เกษร เออร์เบิน คอนเนคทิวิตี้ (Gaysorn Urban Connectivity) เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน และ18 อาคารภายในย่านฯ ด้วย Ratchaprasong Walk เพื่อความสะดวกต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ทำงาน

 

นอกจากนี้ เกษร ทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) ยังให้ความสำคัญในเรื่องปัจจัยพื้นฐานของสำนักงานที่เหนือกว่า ภายใต้มาตรฐาน เกษร เกรด เอ ออฟฟิศ สแตนดาร์ด(Gaysorn Grade A Office Standard) การออกแบบพื้นที่ในรูปแบบ Better Product, Better Flexibility เพื่อให้ผู้เช่าออกแบบ และใช้ประโยชน์อย่างอิสระ และมีประสิทธิภาพ สามารถจัดพื้นที่ทำงานให้สามารถรองรับพนักงานได้มากขึ้นแต่ใช้พื้นที่น้อยลงหรือเท่าเดิม

 

สัมผัสประสบการณ์การทำงานรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิดการจัดสถานที่ทำงานแบบ “Workplace Strategy” ได้ที่อาคารและสำนักงาน เกษร ทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-119-1500

Compare Listings

error: Content is protected !!
Not allowed.